17 ธันวาคม 2556

WeChat โตไว! มีผู้ใช้นอกจีน ทะลุเกิน 100 ล้านคนแล้ว

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบริการแชทข้ามแพลตฟอร์มที่กำลังมาแรงแซงโค้งเลยทีเดียว สำหรับ WeChat แอพพลิเคชั่นสนทนาสัญชาติจีน ที่ล่าสุดเมื่อวานนี้ต้นสังกัดได้ออกมาประกาศข่าวว่า ขณะนี้แอพพลิเคชั่นดังกล่าวมีผู้ใช้ลงทะเบียนนอกประเทศจีนเกินกว่า 100 ล้านคนแล้ว ซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นสองเท่าจากเมื่อสามเดือนก่อน โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์เชิงรุกที่ขยายไปยังตลาดทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ WeChat เป็นแอพพลิเคชั่นที่ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีในฮ่องกง, อินเดีย, อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ก่อนที่จะขยายมาติดอันดับแอพพลิเคชั่นยอดนิยมบน App Store ในอาเจนตินา, บราซิล, อิตาลี, เม็กซิโก, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, สเปน, แอฟริกาใต้, ไทย และตุรกี

12 มีนาคม 2556

ซัพพลายเออร์ Apple ยินยอมปฏิบัติงานสัปดาห์ละ 60 ชม.แล้วกว่า 99%

Apple ได้ตีพิมพ์รายงานเอกสารหัวข้อ มาตรฐานการปฏิบัติงานของซัพพลายเออร์ (Supplier Work-Hour Compliance) ซึ่งเป็นรายงานที่มีการติดตามผลสำรวจแรงงานของซัพพลายเออร์กว่า 1 ล้านคนเพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาพร้อมใจที่ปฏิบัติงานตามเงื่อนไขของคูเปอร์ติโนที่จำกัดสัปดาห์ละ 60 ชั่วโมง โดยล่าสุด ซัพพลายเออร์กว่า 99% ของ Apple ก็ได้ยินยอมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ การติดตามสำรวจชั่วโมงการทำงานของแรงงานซัพพลายเออร์ดังกล่าว เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2011 จากนั้น Apple ก็ได้ขยายโปรแกรมการสำรวจเรื่อยมาจนถึงปี 2012 และมีการตีพิมพ์เอกสารการสำรวจต่อเนื่องทุกเดือนผ่านเว็บไซต์ โดยในเดือนมกราคมปี 2012 Apple สามารถติดตามพนักงานไปได้แล้วกว่า 500,000 คน และล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา บริษัทก็ประสบผลสำเร็จในการติดตามพนักงาน 1 ล้านคน สำหรับเงื่อนไขการทำงานของ Apple ปกติแล้ว จะถูกจำกัดการทำงานที่ 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ยกเว้นสถานการณ์ไม่ปกติ นอกจากนี้ การทำงานล่วงเวลาจะต้องเกิดขึ้นด้วยความสมัครใจ

ที่มา Pantip IT News

EA สัญญาให้เกมฟรีกับผู้เล่น SimCity

หลังจากผ่านมรสุมมามาก หัวหน้ากลุ่มผู้สร้าง Sims และบริษัทย่อย EA ได้ออกมาแสดงความเสียใจพร้อมกับประกาศข้อเสนอพิเศษ เพื่อทำให้ผู้เล่น SimCity รู้สึกดีขึ้น และลืมประสบการณ์ที่ไม่ดีในการเล่นอย่าง เซิร์ฟเวอร์ล่ม, รอคิวนาน และอื่นๆ ที่ได้พบเจอนับตั้งแต่เปิดตัวเกม โดย Lucy Bradshaw ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทผู้สร้าง Sims และบริษัทย่อย EA ภายใต้ชื่อ Maxis ได้ออกมากล่าวว่า เพื่อบรรเทาอารมณ์ขุ่นเคืองของผู้เล่น SimCity ทางเราให้สัญญา จะแก้ไขเหตุกาณ์ที่เลวร้ายให้กลับมาดีขึ้น พร้อมส่งมอบเกมฟรีเพื่อเป็นการทดแทน "เพื่อดึงเอาความรู้สึกดีกลับมา ทางเราจะนำเสนอฟรีเกมพีซีจากผลงานของ EA ให้ได้ดาวน์โหลด" Bradshaw กล่าว "โดยในวันที่ 18 มีนาคมนี้ ผู้เล่น SimCity ที่ได้เปิดใช้งานเกม จะได้รับอีเมลเพื่อบอกขั้นตอนในการแลกเกมฟรี" ทั้งนี้ ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของเกมที่ผู้เล่น SimCity จะสามารถเลือกดาวน์โหลดได้ แต่ดูเหมือนว่า น่าจะสามารถเลือกได้จากเกมที่ EA กำหนด ซึ่งอยู่ภายในร้านเกมออนไลน์ Origin อนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา เกม SimCity ได้เปิดให้เล่นได้อย่างเป็นทางการ แต่ผู้เล่นจำนวนมากต้องประสบกับประสบการณ์ที่ไม่ดีตั้งแต่เริ่ม ซึ่ง Bradshaw กล่าว "มีผู้เล่นมากกว่าที่เราเห็นเมื่อตอนเปิดเป็นเบต้า แม้จะดูเป็นคำแก้ตัว แต่เราได้มุ่งมั่นเพื่อแก้ไขมัน โดยใน 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา เราได้เพิ่มความจุของเซิร์ฟเวอร์ขึ้น 120 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผู้เล่นที่ได้รับผลกระทบทยอยลดจำนวนลงไปราวๆ 80 เปอร์เซ็นต์"

ที่มา Pantip IT News

05 ตุลาคม 2555

ไมโครซอฟท์เปิดตัว Windows 8 วันที่ 26 ตุลาคมนี้


หลังจากที่ Microsoft เปิดให้ทดลอง Windows 8 Consumer Preview สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป และ Windows 8 Developer Preview ออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าสุดได้มีรายงานจากเว็บบล็อคของไมโครซอฟท์ ว่า สตีเวน ไซนอฟสกี ได้เตรียมเปิดตัวระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดของ วินโดวส์ 8 จะเริ่มปล่อยให้ผู้ใช้อัพเกรดวันที่ 26 ตุลาคม 2012 โดยเจ้าตัว Microsoft Windows 8 จะแยกออกเป็นสองส่วนด้วยกันคือ
- การอัพเกรดจากการใช้ระบบปฏิบัติการเดิมของไมโครซอฟท์ เดิมของ Microsoft ได้แก่ Windows 7, Windows Vista และ Windows XP สำหรับค่าอัพเกรดนั้นจะอยู่ที่ ราคา $39.99 หรือประมาณ 1,300 บาทไทย
- การติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 8 ลงบนคอมพิวเตอร์ เครื่องใหม่ สำหรับราคาของตัวนี้จะมาพร้อมแผ่น DVD Windows 8 ในราคา $69.99 หรือประมาณ 2,200 บาทไทย
นับว่าทาง Microsoft ลดราคาเจ้าตัว Windows 8 ลงมาอย่างมากเมื่อเทียบกับระบบปฏิบัติการที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น XP,Vista,7 ราคาค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ใช้หลายคนหันไปมองของละเมิดลิขสิทธ์ ข่าวไอที
ที่มา : http://www.itday.in.th

อีกไม่ถึง 5 ปี “รถอัตโนมัติ” ขับด้วยตัวเองมีใช้แน่ !


เซอร์เกย์ บริน หนึ่งใน 2 ของผู้ก่อตั้ง กูเกิล ยักษ์ใหญ่ที่ครองโลกออนไลน์มายาวนาน เปิดเผยวิสัยทัศน์ว่าด้วย “รถอัตโนมัติ” 
ที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่แคลิฟอร์เนียกลายเป็นรัฐล่าสุดที่ประกาศใช้กฎหมายว่าด้วย “ยานพาหนะอัตโนมัติ” ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้การทดสอบการใช้รถที่ขับเคลื่อนได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยคนขับ เป็นเรื่องถูกกฎหมายเป็นรัฐที่ 2 ต่อจากรัฐเนวาดา โดยบรินเชื่อว่า ภายในระยะเวลาอีก 5 ปีหรืออาจจะน้อยกว่านั้น รถที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองดังกล่าวนี้จะมีใช้กันทั่วไปตามท้องถนน
รถที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติด้วยตัวมันเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีคนขับ ใช้เทคโนโลยีหลายอย่างที่มีอยู่ผสมผสานกัน ตั้งแต่ระบบเรดาร์เพื่อตรวจสอบบริเวณด้านหน้าของรถ กล้องวิดีโอเพื่อตรวจสอบบริเวณโดยรอบรถยนต์ทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีเซ็นเซอร์ในการตรวจจับความเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่จะทำงานร่วมกับสมองกล หรือซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ที่จะเป็นตัวกำหนดการเคลื่อนที่และทิศทางของรถยนต์คันดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทั้งกฎหมายของ เนวาดาและแคลิฟอร์เนียต่างกำหนดให้จะใช้งานรถขับเคลื่อนอัตโนมัติได้ก็ต่อเมื่อมีคนอยู่หลังพวงมาลัย และพร้อมที่จะเข้าควบคุมรถได้ทันทีอยู่ด้วยเท่านั้น
กูเกิลเป็นบริษัทที่เคลื่อนไหวอย่างเปิดเผย เพื่อผลักดันให้มีการใช้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติดังกล่าวนี้มากที่สุด แม้ว่าจะมีอีกหลายบริษัทมากที่กำลังพัฒนาโครงการคล้ายคลึงกันดังกล่าวนี้ ซึ่งรวมทั้ง “คาลเท็ค” หรือสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา โดยรถยนต์ที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติรุ่นแรกสุดของกูเกิลเป็น โตโยต้า พรีอุส ไฮบริด และต่อมาก็เพิ่มเล็กซัส อาร์เอ็กซ์ 450 เอช รถอเนกประสงค์แบบครอสโอเวอร์เข้าไปอีกรุ่น เชื่อว่าอีกไม่นานก็จะมีอีกหลายๆ รุ่นหลายแบบติดตามมา
เซอร์เกย์ บริน ให้ความเห็นเอาไว้ว่า รถที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองมีประโยชน์หลากหลายอย่างยิ่ง แรกสุดนั้นก็คือ เรื่องความปลอดภัยที่สามารถมั่นใจได้ว่ามีมากกว่าการขับรถด้วยมนุษย์แน่นอน และจะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ ซึ่งเมื่อปี 2010 ในสหรัฐมีผู้เสียชีวิตเพราะเหตุนี้มากถึง 33,000 คน โดยจนกระทั่งถึงขณะนี้ รถขับอัตโนมัติดังกล่าวนี้มีการใช้งานมาแล้วมากกว่า 300,000 ไมล์ โดย 50,000 ไมล์ ในจำนวนดังกล่าวนั้นเป็นการขับโดยรถยนต์เอง ไม่มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้่น สถิติของการเกิดอุบัติเหตุเป็น 0 เพราะครั้งเดียวที่เกิดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นกับรถทดสอบ เกิดขึ้นในระหว่างที่คนเป็นผู้ควบคุมรถ
นายบรินยังระบุด้วยว่า รถอัตโนมัติทำให้คนที่เดิมไม่สามารถขับรถได้ อย่างเช่นคนตาบอดเดินทางได้ด้วยตัวเอง รวมทั้งคนที่มีความพิการด้านอื่นๆ หรือคนที่อายุน้อยเกินไป สูงอายุเกินไป หรือบางทีก็เมามายมากเกินไปก็สามารถใช้ประโยชน์จากรถอัตโนมัติได้
สุดท้าย รถที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองนั้นสามารถทำให้การจราจรลดความหนาแน่นลงเหลือน้อยที่สุด ด้วยการเชื่อต่อเข้าด้วยกันเคลื่อนที่ตามลำดับ ทำให้การใช้ท้องถนนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผู้อาศัยรถขับเคลื่อนอัตโนมัติจะใช้เวลาในการเดินทางทำอย่างอื่นได้ เพื่อประโยชน์ที่เห็นว่าคุ้มค่าสูงสุด ในขณะเดียวกัน รถอัตโนมัติก็จะส่งผู้โดยสารลงตรงจุดหมาย แล้วสามารถไปหาที่จอดได้ด้วยตัวเอง ด้วยการเลือกจุดจอดที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อการขับเคลื่อนครั้งต่อไปอีกด้วย

ที่มา : http://news.nerkoo.com

"ไอบีเอ็ม" เผยโฉม"ซีคัวย่า" ซูเปอร์คอมพิวเตอร์"เร็วที่สุดในโลก"


คอมพิวเตอร์"ซีคัวยา" (Sequoia) ของไอบีเอ็ม (IBM) บริษัทด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ ครองตำแหน่งคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วสูงที่สุดในโลก หรือ"ซูเปอร์คอมพิวเตอร์"  ทำให้ ′เคคอมพิวเตอร์′ ของบริษัทฟูจิตสึ จากญี่ปุ่น หล่นลงมาอยู่ในอันดับที่ 2




นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี  ที่สหรัฐฯกลับมาคว้าตำแหน่งดังกล่าวมาครองได้อีกครั้ง  หลังจากที่ต้องสูญเสียตำแหน่งดังกล่าวให้แก่จีนเมื่อ 2 ปีก่อน

"ซีคัวย่า" จะถูกใช้งานในการสร้างแบบจำลองของอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการทดสอบอาวุธดังกล่าวในโลกแห่งความเป็นจริง ปัจจุบันซีคัวย่า ตั้งอยู่ในห้องทดลองแห่งชาติลอเรนซ์ ลิเวอร์มอร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ภายใต้การดูแลของกระทรวงพลังงาน

นายโะมัส แดงกอสติโน จากหน่วยงานความมั่นคงนิวด้านพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ แสดงความมั่นใจว่าซีคัวย่าจะช่วยให้สหรัฐฯดำเนินนโยบายป้องปรามอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ดังกล่าวจะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง ในการคำนวณข้อมูลได้เร็วเท่ากับเวลา 320 ปี ที่มนุษย์กว่า 6,700 ล้านคน ร่วมกันคำนวณด้วยเครื่องคิดเลขต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก แม้ว่าสหรัฐฯจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำอีกครั้ง แต่เมื่อเปรียบเทียบว่า ในขณะนี้ 10 อันดับแรกของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ อยู่ในสหรัฐฯเพียง 3 เครื่องเท่านั้น เมื่อเทียบกับ 6 เดือนก่อน ที่มีมากถึง 5 เครื่อง   โดยสหรัฐฯครอบครองซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทั้งหมด 3 ตัว ขณะที่ จีน และเยอรมนี มี 2 ตัว ส่วนญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และอิตาลี มีประเทศละ 1 ตัว

ซึ่งเมื่อเทียบกับ "เคคอมพิวเตอร์" ของฟูจิตสึ   ซีคัวย่าจะมีความเร็วกว่า 1.55 เท่า และมีระบบปฏิบัติการหรือโปรเซสเซอร์มากกว่า 1.5 ล้านตัว โดยกินไฟเพียง 7.9 เมกะวัตต์ ขณะที่เคคอมพิวเตอร์กินไฟมากกว่าถึง 12.6 เมกะวัตต์

ที่มา : http://www.matichon.co.th


04 ตุลาคม 2555

ขงจือ...การมองทะลุแก่นแท้ของมนุษย์!!!

ภาพในบรรทัด 1
Human Penetrator การมองทะลุแก่นแท้ของมนุษย์
ขงจื๊อเป็นนักคิดคนสำคัญยิ่งของโลก เป็นทั้งนักการศึกษา นักรัฐศาสตร์ นักปรัชญา และที่สำคัญคือเป็นผู้ที่ทรงอิทธิพล ทางความคิด มากที่สุด ในแผ่นดินจีน คำสั่งสอนของขงจื๊อเป็นรากฐานทางสังคม การเมือง และวัฒนธรรมของทั้งจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีมาจนถึงปัจจุบัน
แนวคิดของขงจื๊อไม่เพียงแต่เน้นให้คนมีคุณธรรม แต่ยังเป็นแนวทางนำไปสู่ความมีอัจฉริยะภาพ คือทำให้รู้ว่าในเวลาหนึ่ง คนเราควร จะคิดอะไร วางตัวอย่างไร คบเพื่อนแบบไหน เพื่อทำให้เราใช้ศักยภาพและเวลาที่มีจำกัด ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง มากที่สุดแก่น คำสอนของขงจื๊อสรุปได้เป็น 5 หัวข้อ ดังนี้
1. บุคลิกภาพของมนุษย์ที่แท้
มนุษย์ที่สมบูรณ์แบบของขงจื๊อ คือคนมีบุคลิกโดดเด่นเหนือคนทั่วไป มีพลังดึงดูด โน้มน้าวใจคน และมีคุณธรรมเที่ยงตรง ทำให้มีอำนาจเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไป คุณลักษณะ 7 ประการที่จะช่วยให้มนุษย์มีพลังอำนาจตามวิธีคิดของขงจื๊อ คือ
  • นอบน้อม เพราะคนนอบน้อมจะไปทำอะไร ที่ไหน ย่อมไม่เป็นที่เกลียดชังของคนทั่วไป
  • เมตตากรุณา เพราะคนมีเมตตากรุณา มักจะมี positive aura บนใบหน้าที่ทำให้สามารถเอาชนะใจคนได้โดยง่าย
  • จริงใจ เพราะจะส่งผลให้มีบุคลิกซึ่งเป็นที่ไว้วางใจของผู้อยู่เหนือกว่า ผู้ใต้บังคับบัญชา และบุคคลทั่วไป
  • จริงจัง เพราะย่อมทำทุกสิ่งทุกอย่างลุล่วงลงได้
  • ใจคอกว้างขวาง เพราะย่อมใช้ให้คนทำงานแทนได้ และสามารถเป็นผู้นำที่ดีได้
  • ไม่กินอิ่มเกินไป ไม่แสวงหาความสะดวกสบายจนเกินไป เพราะจะทำให้กลายเป็นคนเกียจคร้าน ไม่แสวงหาหนทางปรับปรุงชีวิต พัฒนาตนเองในขณะที่ยังมีกำลังวังชา และสติปัญญาสมบูรณ์
  • มีอารมณ์มั่นคง ไม่หวั่นไหวง่าย ถ้ากล่าวแบบคนสมัยใหม่ ก็คือการมี EQ สูง
2. วิธีคิดของผู้มีปัญญา
คนเราเกิดมา มีปัญญาสูงต่ำไม่เท่ากัน มีโอกาสในการศึกษาไม่เท่ากัน แต่ขงจื๊อเห็นว่าในชีวิตประจำวันคนเราสามารถค่อย ๆ สร้างสม พัฒนาสติปัญญาให้ได้ด้วยตนเอง โดยการเปลี่ยนปรับวิธีคิดเสียใหม่ เลิกคิดปรุงแต่ง และคิดถึงเรื่องไร้สาระ และหันมาพิจารณาเฉพาะเรื่อง ที่เป็นประโยชน์แทน ดังนี้
  • มนุษย์ที่แท้ จะต้องพิจารณาอยู่เสมอว่า ทำอย่างไร เราจึงจะมองอะไรแล้วสามารถจะเห็นและเข้าใจสิ่งนั้นทะลุปรุโปร่ง และเมื่อได้ยินอะไรแล้ว ทำอย่างไรเราจึงจะฟังให้เข้าใจได้หมดซึ่งก็คือ การใช้สมาธิตั้งใจดู ตั้งใจฟัง นั่นเอง ปัญหาของจำนวนมาก คือ ดู เห็น ฟัง แล้วเข้าใจไม่หมด ตีความผิด ตีความเข้าตนเอง เอาตนเองเป็นที่ตั้งอยู่ตลอด ถ้าแก้ไขจุดนี้ได้ เราก็จะมีฐานข้อมูล ที่ถูกต้องแม่นยำ ซึ่งต้องใช้ประกอบการคิด การตัดสินใจต่อไป
  • อย่าคิดกังวลว่า ใครจะยอมรับยกย่องเราหรือไม่ แต่ให้เป็นกังวลมาก ๆ ว่า ขณะนี้เรายังขาดคุณสมบัติข้อใด ที่ทำให้ยังไม่เป็นที่ยกย่อง ของผู้คน และอย่าเป็นกังวลว่า คนอื่นจะไม่รู้จักนิสัยใจคอของเรา แต่ให้กังวลว่า ตัวเราจะไม่รู้จักนิสัยใจคอของคนอื่นดีกว่าจุดนี้คือ ขงจื๊อต้องการให้คนเราเน้น การพิจารณา เข้าใจ และปรับปรุงตนเอง ในขณะที่แนวโน้มของคนโดยทั่วไปจะชอบ "ส่องนอก ไม่ส่องใน" และใช้เวลาไปกับการจับผิด วิพากษ์วิจารณ์คนอื่นเสียมาก
  • เวลาเห็นช่องทางได้ผลประโยชน์ ต้องคิดถึง ความยุติธรรม ด้วยขงจื๊อเห็นว่า มนุษย์เรามีแนวโน้มจะคิดแบบเห็นแก่ได้ และตัดสินใจ ผิดพลาด เมื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น เพื่อจะไม่ทำผิดคุณธรรม คนเราต้องพิจารณาเรื่อง ความยุติธรรมอยู่เสมอ ๆ ความยุติธรรมที่ให้พิจารณาก็คือ หลักการง่าย ๆ ถ้าเราไม่ชอบอะไร รังเกียจอะไร ก็จงอย่าทำกับคนอื่นแบบนั้น คิดได้แค่นี้
  • นอกจากนี้ ขงจื๊อยังให้ข้อเตือนใจไว้ว่า เกิดมาเป็นมนุษย์ต้องหัดคิดคิดการณ์ไกล เพื่อจะได้ไม่ต้องหลงทางนอกจากนี้ เวลาร่ำเรียนศึกษา ก็ต้องหัดคิดตาม เพราะคนที่ศึกษาหาข้อมูลต่าง ๆ โดยไม่คิด ย่อมไม่ฉลาดมากนัก ในทางตรงกันข้าม คนที่เอาแต่คิดวิเคราะห์สิ่งต่างๆ โดยไม่ชอบศึกษาหาข้อมูล ก็จะเป็นเพียงการคาดเดาหรือ speculation ย่อมจะคิดผิดพลาดได้ง่าย ๆ ดังนั้น คนเราต้องหัดฝึกฝน การคิดและการศึกษาหาข้อมูลไปพร้อม ๆ กัน
3. ระเบียบวินัย
ขงจื๊อกล่าวถึงระเบียบวินัย 3 ประการ ของคนวัยต่าง ๆ กัน
  • วัยหนุ่มสาว พลังยังไม่มั่นคง ต้องมีวินัยเรื่องกามคุณ
  • วัยกลางคน พลังกายใจเข้มแข็งมากที่สุด ต้องมีวินัยเรื่องความพึงพอใจ อย่างเพิ่งเฉยชาหรือพอใจกับอะไรง่าย ๆ
  • วัยชรา หมดเรี่ยวแรง พลังงานลดถอย ต้องมีวินัยกับความโลภ คืออย่ามีความต้องการมากมายไม่มีที่สิ้นสุด
4. การคบคน
ขงจื๊อเชื่อว่า ชีวิตคนเรา จะสุข ทุกข์ ประสบความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคนที่เราจะเข้าไปเกี่ยวข้องคบหาด้วย ดังนั้น ขงจื๊อจึงมีกฎในการเลือกคบคน ดังนี้
  • ข้อแรก ไม่คบหาคนที่มีคุณงามความดีไม่เท่าเรา
  • ข้อสอง ไม่แสวงความเห็น หรือปรึกษาหารือคนที่มีเส้นทางชีวิตไม่เหมือนเรา
  • ข้อสาม คนที่ควรคบหา คือ คนที่มีความซื่อตรง จริงใจ และมีความรู้
  • ข้อสี่ พึงเลี่ยงคบหาบุคคลที่เสแสร้ง พูดจาไร้สาระ ฉวยโอกาส ฟุ้งเฟ้อ
  • ข้อห้า เมื่อคบหาใครเป็นเพื่อนแล้ว จงมีความจริงใจต่อกัน แต่อย่าปล่อยให้เขาชักนำเราไปในทางที่ต่ำ
5. การพูด
คำพูดของเราต้องแสดงออกถึงความซื่อตรง สอดคล้องกับกริยาทางกาย เพราะถ้าหากคำพูดเราเกิดพร้อมกับกริยามุ่งมั่นจริงใจ พูดสิ่งใดก็ย่อมประสบผลเป็นที่น่าเชื่อถือ
6. การวางตัว
คนเราจะมีคนรักทั่วทิศ หากวางตัวได้ดังนี้
  • เวลาอยู่นอกบ้านแล้วพบผู้คน วางตัวราวกับคนผู้นั้นเป็นแขกสำคัญในบ้าน
  • เมื่อต้องสั่งการ วางตัวราวกับเราเป็นแม่งานของพิธีการที่สำคัญยิ่งใหญ่ (คนที่เป็นแม่งานจะต้องเห็นภาพงานทุกอย่าง ตั้งแต่ต้นจนจบ อย่างรอบด้าน และมีจิตมุ่งมั่นต้องการทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ในระยะเวลาที่ตั้งใจเอาไว้ เพราะฉะนั้นเวลาคนเป็นแม่งานสั่งงาน จะไม่สักแต่ว่าขอให้ใครทำอะไร แต่จะคิดอย่างรอบคอบถึงผลที่ตามมา จะไม่สั่งการแบบขอไปที แต่จะต้องมีการติดตามผล แนะนำเพื่อให้งานลุล่วงไปได้)
  • อะไรที่เราไม่ชอบ ก็อย่าปฏิบัติต่อคนอื่น
  • เข้มงวดต่อตนเอง แต่ให้อภัยคนอื่น
7. การวางจิต
ขงจื๊อเน้นการมีจิตใจที่ซื่อตรง เขาเห็นว่า ประเทศชาติจะสงบสุขได้ครอบครัวต้องดีก่อน แต่ครอบครัวจะดีได้ มนุษย์แต่ละคนต้องมี คุณธรรมมนุษย์แต่ละคนจะมีคุณธรรม ก็ต้องมีจิตใจที่ซื่อตรงและจิตใจที่ซื่อตรง จะมีได้ก็ต้องมีเจตนาที่ซื่อตรงก่อน ขงจื๊อเน้นจิตที่สามารถมองอะไรชัดเจน ทะลุปรุโปร่ง จิตเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ก็จากการมองเห็นและรู้จักตนเองอย่างรอบด้านก่อน
Credit : Dong